สมาคมทัวร์ชี้ รู้ล่วงหน้าแล้ว WealthEver ไม่ใช่บริษัททัวร์ หลังเหยื่อถูกลอยแพ

ee210091-
สมาคมทัวร์ เผยรู้ล่วงหน้ามาก่อน WealthEver ไม่ใช่บริษัททัวร์ ชี้เคยทำหนังสือแจ้งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้ว แต่หวั่นหากเตือนไป ถ้าเที่ยวได้จริงจะกลายเป็นแจ้งข่าวสารผิด

ภายหลังจากที่มีข่าวมหกรรมลูกทัวร์ถูกลอยแพนับพันชีวิต กลางสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 เมษายน 2560 หลังซื้อทริปท่องเที่ยวไปโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในราคา 9,730-20,000 บาท กับทางบริษัท WealthEver จนเกิดความวุ่นวายโกลาหลขึ้นนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 เมษายน 2560 นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ อุปนายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว กล่าวว่า บริษัท WealthEver เป็นบริษัทขายตรงที่หากสมัครสมาชิกแล้วจะได้ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าว สมาคมได้ทราบเรื่องมาในระยะหนึ่งแล้ว และได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้แจ้งเตือนหรือดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนของสมาคมเองไม่สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า เพราะไม่มั่นใจว่ามีบริษัททัวร์ดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะหากจริง และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ จะกลายเป็นการให้ข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดกับผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทดังกล่าวยังได้มีการโฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ ประกาศว่ามีทัวร์ไปญี่ปุ่นในราคาประมาณ 13,900 บาท ไปไต้หวันประมาณ 6,000 บาท ซึ่งถูกกว่าความเป็นจริงมาก อีกทั้งเมื่อสอบถามไปยังสนามบินที่จะใช้ในการเดินทาง คือ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค ก็พบว่าไม่เป็นความจริง และทางสายการบินก็ได้ไปลงแจ้งความว่าบริษัท คาเธ่ย์แปซิฟิค ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแพกเก็จทัวร์ดังกล่าว

สภาพคุณหมอหลังผ่าตัดยาว 28 ชม. นอนบนพื้น รพ. ทุ่มเทเต็มที่เพื่อชีวิตคนไข้

a1_506โลกออนไลน์จีนแห่แชร์ภาพคุณหมอนอนสลบเหมือด หลังทุมเทผ่าตัดต่อเนื่อง 28 ชั่วโมงไม่ได้หยุด ชาวเน็ตชื่นชมปนเอ็นดู ทำงานมาหนัก ถึงเวลาพักสักนิดบ้าง

การทำงานหามรุ่งหามค่ำ จดจ่ออยู่กับหน้าที่ติดต่อกันยาว ๆ หลายชั่วโมงนั้น เป็นเรื่องที่เหน็ดเหนื่อยสาหัสมาก โดยเฉพาะกับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง พอเลิกงานทั้งที ใคร ๆ ก็ล้วนอยากกลับไปซบเตียงนุ่ม ๆ ที่บ้าน นอนเอาแรงเพื่อวันต่อไป คุณหมอหนุ่มชาวจีนรายนี้ก็เช่นกัน ภาพที่เขานอนหลับหมดเรี่ยวแรงกลายที่พูดถึงอย่างมากบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเขาต้องปฏิบัติหน้าที่ผ่าตัดติดต่อข้ามวันข้ามคืน กว่าจะได้พัก

คุณหมอท่านนี้มีชื่อว่านายแพทย์หลัว เฮง จากการรายงานของเว็บไซต์บอร์แพนด้า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2560 ระบุว่า หลัว เฮงเป็นศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศจีน เขาผ่านตารางเวรที่หนักหน่วงอย่างมาก ผ่าตัดคนไข้ 5 รายแบบต่อเนื่องกันตลอด 28 ชั่วโมง แทบไม่ได้พักผ่อน
เริ่มต้นจากเคสฉุกเฉินเร่งด้วยในตอนกลางคืน 2 ราย ข้ามคืนมาจนถึงเช้า ต่ออีก 3 รายเรื่อยไปจนถึงอีกวันหนึ่ง ซึ่งหลังจากผ่านภารกิจทั้งหมดแล้วนั้น นายแพทย์คนเก่งท่านนี้ก็หามุมเล็ก ๆ ในโรงพยาบาลเพื่อพักสายตา ไม่ใช่บนโซฟา เก้าอี้ หรือเตียงที่ไหน แต่บนพื้นของโรงพยาบาล โดยมีเบาะเล็ก ๆ ปูนอนแค่เพียงชิ้นเดียว

ภาพคุณหมอถูกโพสต์ลงบนเว็บไซต์เว่ยป๋อ และมันกลายเป็นภาพไวรัลในเวลาอันรวดเร็ว ชาวเน็ตต่างสรรเสิรญคุณหมอหนุ่มที่ทำงานหนักและทุ่มเทแรงใจแรงกายเพื่อรักษาชีวิตคน แต่นอกจากคุณหมอคนเก่งแล้ว ก็ต้องชื่นชมพยาบาลในชุดสีม่วงด้วยเหมือนกันนะ เพราะเธอก็ดูเพลียไม่ต่างกัน

เห็นเหน็ดเหนื่อยสาหัสกันแบบนี้แล้ว ต้องชื่นชมจริง ๆ ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณหมอและบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเททุก ๆ ท่านเลยนะคะ

เฮลโล่ สาวเจอมือปริศนาเขย่าประตู พอออกมาดูเห็นแล้วลมแทบจับ

a2_4
เฮลโล่ ! สาวเจอบุคคลปริศนาเขย่าประตูบ้าน มองออกไปไม่เจอใคร พอเพ่งดูดี ๆ ลมแทบจับ กลายเป็นตัวเงินตัวทองยักษ์

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 เว็บไซต์ workpointtv.com รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู ได้รับการขอความช่วยเหลือให้ไปจับสัตว์เลื้อยคลานเข้าบ้านพัก ซึ่งอยู่ที่บ้านเลขที่ 444/344 เป็นบ้านเทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น หมู่บ้านกิตตินคร ต.บางบ่อ

ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุมีตัวเงินตัวทอง ยาวประมาณ 2 เมตร เกาะกับเหล็กดัดประตูทางเข้าบ้านพักอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยจับจนสำเร็จ แล้วจะนำไปปล่อยป่าคืนสู่ธรรมชาติ ไกลบ้านเรือนประชาชนต่อไป
ด้านนางสาวมินทิญา ลินทะจะกะ วัย 41 ปี เจ้าของบ้านพัก กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน จู่ ๆ มีเสียงคล้ายกับอะไรมาเขย่าประตูเหล็กดัด มองไปก็ไม่พบคน จึงไม่ได้สนใจ แต่เสียงเขย่าก็ไม่ได้หายไป ฉะนั้นจึงเดินออกมาดู แทบเข่าทรุดเมื่อเห็นตัวเงินตัวทองขนาดใหญ่ พอตนไล่ก็ไม่ไป ดังนั้นจึงตัดสินใจโทร. แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยจับ

หนุ่มขับเก๋งชนป้ายจราจรไฟลุก ก่อนพุ่งเข้าเซเว่น เผาวอดทั้งร้าน

seve1เกิดอุบัติเหตุหนุ่มขับเก๋งเสียหลักชนป้ายจราจรไฟลุกไหม้ ก่อนพุ่งเข้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นย่านปทุมธานี วอดทั้งหลัง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 18 เมษายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเสียหลัก พุ่งชนเข้าไปในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เลขที่ 11141 หน้าหมู่บ้านกฤษณา ถนนปทุม-สามโคก ทำให้ไฟไหม้สินค้าทั้งร้าน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลสามโคกและใกล้เคียงจำนวน 10 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นร้านสะดวกซื้อ อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 3 คูหา ถูกรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว สภาพเสียหายทั้งคันคาอยู่ในร้านสะดวกซื้อและไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงทำให้สินค้าภายในร้านเสียหายทั้งหมด คนขับชื่อ นายธนวีร์ อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและไฟคลอกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงได้ ซึ่งทรัพย์สินและสินค้าภายในร้านเสียหายทั้งหมด มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
จากการสอบถามนายประภา อายุ 30 ปี ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน กล่าวว่า ขณะที่ตนเองกำลังเติมสินค้าภายในร้านเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วเสียหลักชนป้ายจราจรกลางถนน จากนั้นเกิดไฟลุกที่รถพร้อมกับพุ่งเข้ามาชนเข้ามาในร้านจนไฟได้ลุกลามสินค้าและไหม้ทั้งร้านอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานและประสานไปทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุอีกครั้งว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

น้องสาวนายไก่ ปัดพาเด็ก 14 ขายตัว ยันไม่รู้จักกัน-แก๊งเพื่อนสาบานไม่เกี่ยวรุมโทรม

kaii2นายไก่ รับ มีอะไรกับเด็ก 14 จริง แต่ไม่ได้บังคับ ย้ำเหตุเกิดที่บ้านไม่ใช่ร้านเกม ด้านน้องสาวนายไก่ เปิดใจ ไม่ได้พาไปขายตัว-ไม่รู้จักกัน ขณะที่แก๊งเพื่อนยันไม่เกี่ยวรุมโทรม ท้าสาบาน

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กดังอย่าง อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 ได้เผยเรื่องราวของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) วัย 14 ปี ที่ถูกเพื่อนพาไปทิ้งไว้ที่ร้านเกมแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี ก่อนจะถูกกลุ่มชายรุมโทรม กว่า 10 คน และโดนกักตัวไว้อีก 1 คืนครึ่ง ทั้งนี้หลังเกิดเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ครบทุกคน แต่กลับปล่อยตัวไปโดยไม่แจ้งข้อหา ทั้งที่ผลการตรวจจากแพทย์ชี้ว่า เด็กหญิงเอ ถูกรุมโทรมจริง แต่ตำรวจกลับแจ้งข้อหาแค่คนเดียวคือ นายไก่
ขณะที่ต่อมาบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ออกแถลงการณ์กรณีเด็กหญิงเอถูกรุมโทรมที่ร้านเกม โดยเผยว่า เด็กถูกคนในพื้นที่ขู่ห้ามพูด ซ้ำยังถูกญาตินายไก่ พาไปค้าประเวณีหลังจากที่ถูกกระทำชำเราอีกด้วย (อ่านข่าว : บ้านพักเผย เด็ก 14 เคราะห์ซ้ำ ถูกพี่สาวไก่ พาไปขายตัวหลังถูกข่มขืน-จิตใจบอบช้ำรุนแรง)

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ (17 เมษายน 2560) นายไก่ และแก้ม (น้องสาวนายไก่) และผู้ที่ถูกโยงว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้ได้เดินทางมายังรายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง AMARIN TV โดยนายไก่ ยอมรับว่า ตนมีอะไรกับเด็กหญิงเอจริง ไม่ได้มีอะไรกันในร้านเกมแต่มีอะไรกันที่บ้านตน เจอกับเด็กหญิงเอเพราะว่าเพื่อนพามา ซึ่งตนก็รู้จักเพื่อนของเด็กหญิงเอ ส่วนภาพที่ว่อนอยู่ในโซเชียลเป็นภาพขณะที่ตนเพิ่งอาบน้ำเสร็จก็ไม่ได้ใส่เสื้อ แล้วก็มาเล่นกับเอ ซึ่งเพื่อนเอเป็นคนถ่ายภาพนี้ และในห้องก็มีกัน 3 คน คือตน น้องเอ เพื่อนน้องเอ ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดไม่ได้เป็นการบังคับ

ส่วนกรณีที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ออกแถลงการณ์ว่าถูกพี่สาวของผู้ต้องหาพาไปค้าประเวณีภายหลังจากที่ถูกกระทำชำเรานั้น ขอยืนยันว่าตนไม่มีพี่มีแต่น้อง ขณะที่ แก้ม น้องสาวนายไก่ ก็ยืนยันว่าไม่รู้จักกับเด็กหญิงเอ วันที่เกิดเหตุตนก็นั่งอยู่หน้าบ้าน ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่มีเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ ถ้ามีก็ต้องได้ยิน
ด้าน บุรี ปิ่นทอง หรือ รี หนุ่มที่ปรากฏตัวอยู่ในเฟซบุ๊กไลฟ์ในร้านเกมที่สังคมจับจ้องว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการรุมโทรมเด็ก ได้เปิดเผยว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ภาพที่เห็นคือไลฟ์เฟซบุ๊กกันเล่น ๆ แล้วก็ไม่ได้รู้จักกับเอมาก่อน ซึ่งตนก็งงที่โดนโยงเรื่องนี้
ขณะที่พ่อของนายรี เล่าว่า ได้รับผลกระทบหนักมาก เพราะตนเปิดร้านซ่อมแอร์ พอมีข่าวว่าลูกไปเกี่ยวข้องกับการโทรมหญิงลูกค้าก็โทร. มาถาม ตนก็ถามลูกว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ลูกก็บอกว่าไม่เกี่ยว แล้วกระแสโซเชียลก็แรงมาก ต้องพึ่งฟ้าดินสาบานเลยว่าถ้าเป็นเรื่องจริงขอให้ตาย แต่ถ้าไม่จริงก็ขอให้ร้านตนเจริญรุ่งเรือง
ด้าน นายธัชพล มาพิจารณ์ หรือ นนท์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเพราะเป็นลูกตำรวจทำให้คดีไม่คืบ ยืนยันว่าแม้จะเป็นเพื่อนกับนายไก่มาตั้งแต่เล็ก ๆ แต่วันที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ร้านเกม ตนอยู่บ้าน แล้วเรื่องนี้ตนก็ไม่รู้เรื่องมารู้เรื่องตอนที่เพื่อนถูกจับ

อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดนี้นายไก่ ยังย้ำอีกด้วยว่า ทั้งหมดนี้ตนทำเพียงคนเดียว เพื่อนตนไม่เกี่ยว

จบด้วยดี ! จั๊กกะบุ๋ม ยอมถอนฟ้อง ศร ศรศักดิ์ หลังอีกฝ่ายยอมขอโทษ

1_1ศร ศรศักดิ์ อดีตนักร้องดัง ยอมรับผิด พร้อมขอโทษ จั๊กกะบุ๋ม ปมโพสต์ทำให้เสียหาย ด้านจั๊กบุ๋มยอมให้อภัยถอนฟ้อง 4 คดี ลั่นเดินหน้าเอาผิดคนตัดต่อคลิปแชร์ออนไลน์ต่อ

จากเรื่องราวความบาดหมางระหว่าง ศร ศรศักดิ์ อดีตนักร้องชื่อดัง และ จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง หลังศรออกมาเผยว่าถูกอีกฝ่ายโพสต์คลิปขู่ทำร้าย และโทรศัพท์ก่อกวนคนใกล้ชิดจนได้รับความเดือดร้อน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างออกมาแฉซึ่งกันและกันจนยืดเยื้อ และไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ซึ่งต่อมา จั๊กกะบุ๋ม ได้ยื่นฟ้อง ศร ศรศักดิ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท พ่วงผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และประจานหนี้
เกี่ยวกับประเด็นนี้ ล่าสุด วันที่ 18 เมษายน 2560 มีรายงานว่า ศร ศรศักดิ์ พร้อมด้วยภรรยา น้องออม และทนายความ ได้มาตามนัดหมายศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคดีความที่ถูกจั๊กกะบุ๋มฟ้อง 4 คดี และขอโทษซึ่งกันและกัน โดย ศร กล่าวว่า ตามที่ผมและภรรยาได้มีปัญหากับทางคุณจั๊กกะบุ๋ม ซึ่งเป็นเรื่องโพสต์ต่อว่ากันในทางเฟซบุ๊กในเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ และการทวงหนี้ของน้องออม ซึ่งทางคุณจั๊กกะบุ๋มได้ฟ้องร้องทางผมและภรรยา รวมถึงน้องออมด้วยที่ศาลอาญาธนบุรีแห่งนี้ โดยทางผมยินดีกล่าวคำขอโทษในการกระทำและการโพสต์ข้อความอันเป็นผลให้คุณจั๊กกะบุ๋มเสียหายและแฟนคุณจั๊กกะบุ๋มเสียหาย และขอโทษต่อมารดาของคุณจั๊กกะบุ๋มที่ผมใช้วาจาไม่สุภาพต่อท่านด้วย

ในขณะที่ น้องออม เผยว่า ดิฉันขอกล่าวคำขอโทษต่อคุณจั๊กกะบุ๋ม ที่ใช้วาจาและกิริยาไม่เหมาะสม ในการที่ไปทวงเงินคืนพร้อมกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นการทำให้คุณจั๊กกะบุ๋มเสื่อมเสียชื่อเสียง เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด และตอนนี้ก็ตกลงกันได้แล้ว และในวันนี้ดิฉันก็ได้รับเงินจำนวน 50,000 บาท คืนแล้วจากคุณจั๊กกะบุ๋ม ดิฉันขอจบเรื่องราวความเข้าใจผิดของเราทั้งสองคน

ด้าน จั๊กกะบุ๋ม ก็ยอมอภัยและกล่าวขอโทษต่อศรว่า ในเมื่อจำเลยทั้ง 3 สำนึกในการกระทำที่ถูกฟ้อง และได้กล่าวคำขอโทษ ข้าพเจ้ายอมให้อภัยและยอมถอนฟ้องคดีดังกล่าว 4 คดีให้กับจำเลย และหากข้าพเจ้านายจั๊กกะบุ๋มมีสิ่งใดล่วงเกิน นายศรศักดิ์ สวนแก้ว ข้าพเจ้าขอโทษด้วย ก่อนเผยว่า ในวันนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ไม่มีอะไรที่ต้องมานั่งโกรธ และเป็นคดีต่อกันอีก ตัวเองเป็นเด็ก เมื่อมีผู้ใหญ่แนะนำก็ยินดีที่จะทำตามเพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางกันอีกต่อไป ต่างคนก็ต่างทำงานไม่มีอะไรติดขัดกันแล้ว ส่วนวันที่ 19 เมษายนนี้ ก็จะดำเนินคดีกับคนที่ตัดต่อคลิปแล้วสร้างความเสียหายให้กับตนขณะที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งไม่เกี่ยวกับศรและพวก ส่วนจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยแบบนี้หรือไม่นั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป

สอบเข้ม แม่ซินแสโชกุน ปัดเอี่ยวฉ้อโกง ยันเครื่องบินเช่าเหมาลำมีจริง

Untitled-6_155
ตำรวจกองปราบฯ คุมตัวนางมณฑญาณ์ นิรันดร แม่ซินแสโชกุน พร้อมพวก สอบสวนเพิ่ม เจ้าตัวปฏิเสธข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ยันเครื่องบินเช่าเหมาลำมีจริง – เตรียมฝากขังพรุ่งนี้

วันที่ 18 เมษายน 2560 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ควบคุมตัว นางมณฑญาณ์ นิรันดร หรือ จันทร์ฉาย นาคฤทธิ์ อายุ 55 ปี มารดาของ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และซ่องโจร จากกรณีลอยแพลูกทัวร์ญี่ปุ่น

ทั้งนี้ นางมณฑญาณ์ ยังให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยเผยว่าตนเองไม่ได้เป็นทีมงานหรือเครือข่ายแต่อย่างใด ตนเองเป็นเพียงแม่ของซินแสโชกุน ส่วนกรณีเครื่องบินเช่าเหมาลำที่ภาพปรากฏออกมานั้น ตนรู้เพียงว่าเป็นธุรกิจของลูกสาว แต่ไม่แน่ใจว่าลูกสาวเป็นเจ้าของเองหรือเป็นแค่หุ้นส่วน แต่ยืนยันว่ามีเครื่องบินเช่าเหมาลำทั้งหมด 8 ลำจริง ให้เช่าบินระหว่างมาเก๊า-ฮ่องกง

สะเทือนใจ ช่างภาพอุ้มเด็กที่บาดเจ็บจากเหตุระเบิด อีกภาพความรุนแรงอันน่าเศร้า

508be231-35d3-472a-95f5-94653dbd4676
สะเทือนใจ ช่างภาพอุ้มเด็กที่บาดเจ็บจากเหตุระเบิดขบวนรถในซีเรีย ขอวางกล้องเพื่อช่วยคนเจ็บ ได้เห็นน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ที่พร้อมช่วยเหลือกัน และสะท้อนภาพความรุนแรงอันน่าเศร้า
วันที่ 18 เมษายน 2560 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้เผยภาพวินาทีสะเทือนใจ ขณะที่ นายอับด์ อัลคาเดอร์ ฮาบัก ช่างภาพและนักเคลื่อนไหว กำลังทำหน้าที่บันทึกภาพขบวนรถขนผู้อพยพจากหมู่บ้านหนึ่งของประเทศซีเรีย ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดกะทันหัน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 126 ราย ซึ่งภาพความสูญเสียทั้งหมดได้ปรากฏชัดต่อหน้าเขาและเพื่อนร่วมอาชีพที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นช่างเป็นอะไรที่เลวร้ายอย่างถึงที่สุด ทำให้ฮาบักและเพื่อนช่างภาพตัดสินใจได้ทันทีว่าพวกเขาควรจะทำอะไรเป็นอย่างแรก “สถานการณ์นั้นน่ากลัวมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นเด็ก ๆ ร้องไห้และตายต่อหน้าคุณ ดังนั้นผมและเพื่อนจึงตัดสินใจวางกล้องไว้และเริ่มช่วยผู้บาดเจ็บ” ฮาบัก เผยต่อซีเอ็นเอ็น
แม้เด็กคนแรกที่ฮาบักวิ่งไปดูอาการจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขาก็ไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปหาเด็กอีกคนที่นอนหายใจรวยรินรอความช่วยเหลือ เขาอุ้มเด็กชายขึ้นมาแล้วออกวิ่งสุดแรง โดยที่กล้องของเขาซึ่งยังคงเปิดอยู่บันทึกภาพความวุ่นวายในขณะนั้นไว้ได้
“เด็กชายจับมือและมองมาที่ผม ผมอยากจะบันทึกภาพทั้งหมดไว้เพื่อให้แน่ใจว่าต้องมีคนรับผิดชอบ” ฮาบัก เผย ขณะที่ภาพของเขาที่กำลังอุ้มเด็กชายไปยังรถพยาบาลนั้น บันทึกได้โดยฝีมือของ มูฮัมหมัด อัลกาเร็บ ช่างภาพอีกคนซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งอัลกาเร็บเผยว่าเขาเองก็ช่วยคนเจ็บไปบางคนเช่นกัน ก่อนจะถ่ายภาพนี้ไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ฮาบักเผยว่าเขาทิ้งเด็กชายที่น่าจะอายุสัก 6-7 ขวบ คนนั้นไว้ที่รถพยาบาล และไม่ทราบชะตากรรมของเด็กชายจากนั้น เขายังวิ่งกลับไปช่วยคนอื่น ๆ ไว้ได้อีกหลายคน อย่างไรก็ตามภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้นต่อหน้านั้นทำให้เขารู้สึกแย่มาก ๆ เกินกว่าจะอธิบายออกมาได้

คดีพลิก หนุ่มแฉภาพตำรวจตั้งด่านไม่มีกรวย-ป้าย เจอตำรวจซัดกลับ เอาซะหน้าหงาย

a1_190 a6_36
หนุ่มแฉภาพตำรวจตั้งด่านไม่มีกรวย-ป้าย เจอตำรวจซัดกลับด้วยภาพจริง ชี้ที่เห็นนั้นแค่มุมกล้องที่แอบถ่ายจากหลังด่าน ด้านชาวเน็ตโวย แบบนี้มันป้ายสีตำรวจชัด ๆ

เรียกเสียงวิจารณ์อย่างมาก สำหรับกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้แอบถ่ายภาพด่านตำรวจบริเวณสามแยกบ้านใหม่เจริญมิตร จ.เจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย ออกมาแฉผ่านโลกโซเชียล เผยให้เห็นด่านที่มีรถตำรวจกับโต๊ะ-เก้าอี้เพียงชุดเดียว พร้อมตั้งคำถามว่าตั้งด่านแบบนี้น่าเกลียดไปหรือไม่ เพราะไม่มีทั้งกรวยยางและป้ายเตือนตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ภาพดังกล่าวกลายมาเป็นประเด็น ล่าสุด (17 เมษายน 2560) ก็ได้มีตำรวจนายหนึ่ง ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก เอกกะรัด แปงสะนิด เข้ามาเผยภาพเต็ม ๆ ของด่านตำรวจดังกล่าว เผยให้เห็นว่าภาพที่ถ่ายมานั้นเป็นภาพเพียงมุมเดียวที่แอบถ่ายด้านหลังจุดตรวจ ไม่ใช่ภาพด่านทั้งหมด พร้อมชี้ว่า “ผมไม่รู้ว่าบุคคลบุคคลนี้มีเจตนาอะไร ไปแอบถ่ายด้านหลังจุดตรวจ แต่นี่คือความจริงทั้งหมด”

ทั้งนี้จากภาพนั้นเผยให้เห็นความจริงที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะที่ด่านแห่งนี้มีครบทั้งป้ายเตือนรวมถึงการตั้งกรวยยางอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากชาวเน็ตได้เห็นภาพเต็ม ๆ นี้ ก็บอกเลยว่าแค่มุมภาพเปลี่ยนเรื่องก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมเรียกร้องให้คนที่โพสต์ภาพด้านหลังด่านในทีแรกออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย

สาวพลัดพรากจากพ่อ มาทำบุญสุดดีใจเจอเป็นพระ..นี่คือ 16 ปีที่รอคอย

a1_551
สาวพาแม่ทำบุญวันครอบครัว สุดดีใจเจอพ่อที่พลัดพรากนาน 16 ปี บวชเป็นพระมารับบิณฑบาต เผยพ่อกำลังจะบินไปอินเดียแต่ตกเครื่องจึงต้องมาจำวัด เชื่อเป็นกรรมดีที่ทำพบกัน

วันที่ 18 เมษายน 2560 โลกโซเชียลมีเดียต่างแห่แชร์เรื่องราวสุดซึ้งจากเฟซบุ๊ก Mika Okz’porz ที่เล่าว่า ตัวเธอนั้นได้พลัดพรากจากพ่อไปนานถึง 16 ปี โดยเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2560 ได้ไปทำบุญที่วัดสุวรรณภูมิ แถวลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร กับแม่และน้อง ปรากฏว่าขณะนั่งทำบุญใส่บาตรอยู่นั้น มีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งจ้องมองมาที่เธอและน้องสาวอยู่นาน จนกระทั่งแม่สังเกตเห็น และถามว่าอยากเจอพ่อไหม และแม่ก็บอกว่าพระรูปนั้นคือ พ่อของลูก หลังจากที่รู้ก็พูดไม่ออกนั่งน้ำตาซึมอยู่อย่างนั้นด้วยความดีใจ เมื่อทำบุญเสร็จจึงพากันเข้าไปกราบ
โดยก่อนหน้าที่จะเข้าไปหา พระท่านก็ได้กระซิบถามหลวงพี่องค์ข้าง ๆ ว่า “สองคนนี้มาทำบุญที่นี่บ่อยไหม” ก่อนที่หลวงพ่อจะบอกว่า “รู้แล้วล่ะว่าทำไมถึงตกเครื่อง มันมีเหตุและผลของมัน”

นอกจากนี้เจ้าของเฟซบุ๊กยังบอกอีกว่า จริง ๆ แล้วหลวงพ่อต้องขึ้นเครื่อง 05.10 น. แต่มองเวลาในตั๋วเครื่องบินยังไงก็ 05.30 น. และขอขอบคุณอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เธอกับน้องได้กลับมาเจอหลวงพ่ออีกครั้ง โดยหลวงพ่อพูดกับเธอและน้องว่า “ได้เจอสิ่งที่กังวลใจมาตลอด เป็นทุกข์มาตลอด วันนี้พ่อหายแล้ว”
ทั้งนี้ หลวงพ่อบอกว่าได้ไปจำพรรษาที่วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย ก่อนหน้าที่จะมาพบกับลูกสาว กำลังจะไปขึ้นเครื่องกลับในวันที่ 13 เมษายน แต่ปรากฏว่าตกเครื่องทำให้ต้องเปลี่ยนเที่ยวบิน จึงมาขอจำวัดที่วัดสุวรรณภูมิ เพื่อที่จะเดินทางในช่วงกลางคืนไปยังประเทศอินเดีย และตอนเช้าจึงออกมาร่วมรับบิณฑบาต เชื่อว่าเป็นกรรมดีที่ลูกและพ่อได้ทำร่วมกัน เป็นเหตุและผลที่ทำให้ต้องตกเครื่องบินเพื่อมารอพบลูกสาว ทั้งที่จากเมื่อ 16 ปีที่แล้วที่ จ.เพชรบูรณ์ แต่มาเจอกันที่นี่ได้