ตำรวจเผย ซินแสโชกุน ประวัติหลอกลวงโชกโชน เปลี่ยนชื่อกว่า 10 ครั้ง

15-09-46ผบช.ก. ระบุ ซินแสโชกุน มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนมาแล้วหลายครั้ง แต่เจ้าทุกข์ยอมความ เคยเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลกว่า 10 รอบ เตรียมประสาน ปปง. เช็กเส้นทางการเงิน ด้านผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วหลายราย

วันที่ 12 เมษายน 2560 ที่กองปราบปราม พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวภายหลังการประชุมติดตามคดีการฉ้อโกงของบริษัท เวลท์เอเวอร์ กรณีหลอกประชาชนไปทัวร์ญี่ปุ่นกว่า 2 พันคน ว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วประมาณ 470 คน การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ซินแสโชกุน มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนแบบนี้มาประมาณ 3-4 ครั้งแล้ว เพียงแต่มีการไกล่เกลี่ยยอมความกันมาโดยตลอด จึงไม่มีหมายจับติดตัว (ถอนหมายจับ) หลังจากที่ก่อเรื่องซินแสโชกุนจะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล เพื่อก่อตั้งบริษัทใหม่ เท่าที่ตรวจสอบพบว่าหมอโชกุนเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลมาแล้วเกือบ 10 ครั้ง ยืนยันว่าครั้งนี้ตำรวจจะต้องดำเนินคดีให้ได้ และจะไม่ยอมความแน่นอน เพราะหมอโชกุนมีพฤติการณ์ดังกล่าวมาหลายครั้ง และไม่เข็ดหลาบ กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก โดยหลังจากดำเนินคดีจะทำการยึดทรัพย์สินต่อไป เพราะมีลักษณะฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก คล้ายกับแชร์ลูกโซ่ โดยแม่ข่ายเองก็ไม่ทราบว่าโดนหลอก จึงไปชักชวนคนอื่น ๆ มาร่วมด้วย จึงมีผู้เสียหายเป็นพันคน
โดยเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินของซินแสโชกุน มาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายทุกคนให้ได้ ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายไว้ที่ประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนแม่ข่ายอาจจะไม่ถูกดำเนินคดี เพราะเชื่อว่าถูกหลอกและเป็นผู้เสียหายเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ให้ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน และขยายผลว่ามีผู้ร่วมขบวนการ หรือมีผู้บงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีผู้ที่กระทำความผิดและถูกดำเนินคดีขณะนี้เพียง 1 คน ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการหรือไม่นั้นยังไม่มีการยืนยัน เนื่องจากผู้เสียหายไม่เคยพบ ซินแสโชกุน มีเพียงการติดต่อทางไลน์และแม่ข่ายเท่านั้น ส่วนกรณีที่มีการส่งคลิปเสียงผ่านไลน์กลุ่ม ไม่ให้ผู้เสียหายแจ้งความกับตำรวจ และอ้างว่าเหตุที่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน เกิดจากผู้เสียหายรวมตัวแจ้งความกับตำรวจ จึงส่งผลกระทบต่อสายการบิน ทำให้สายการบินไม่สามารถส่งเครื่องบินมารับผู้โดยสารได้นั้น ขณะนี้ได้คลิปเสียงนี้แล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาอื่นกับซินแสโชกุนได้อีกหรือไม่
ด้านนางสาวศิริภิชชา อนุรักษ์สกุล หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตัวเองถูกหลอกจากการขายทัวร์ของบริษัทดังกล่าว ที่มีการประกาศขายทัวร์ในเทรดออนไลน์ ซึ่งเป็นที่แลกเปลี่ยนสินค้าในเว็บไซต์ โดยตนเห็นแพ็กเกจทัวร์ดังกล่าวในเทรด จึงสนใจและสมัครเข้าร่วมไปเที่ยวด้วยในราคา 3 หมื่นบาท โดยไม่ทราบมาก่อนว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทขายตรง

เมื่อโอนเงินไปทั้งหมดแล้วจะมีแม่ข่าย ชื่อ มาดามซู หรือ พีทชนันท์ เป็นคนดูแล ประสานงานต่าง ๆ ให้ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (11 เมษายน 2560) ตนก็ไปตามเวลานัด และรอนานจนรู้สึกผิดปกติ จึงคิดว่าถูกหลอก ซึ่งขณะนี้ก็ยังติดต่อกับมาดามซู ได้ปกติ โดยได้รับการยืนยันว่าจะได้เงินคืน หากต้องการที่จะยกเลิกการไปเที่ยว

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น