Jane Goodall กับ 50 ปีของการศึกษาชิมแปนซี

Valerie Jane Morris–Goodall เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1934 ที่เมือง Bournemouth ประเทศอังกฤษในครอบครัวของชนชั้นกลาง บิดามีอาชีพเป็นนักขับรถแข่ง เมื่อเข้ารับราชการทหารจึงทำให้ถูกส่งออกนอกประเทศบ่อยจนแทบไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวจึงต้องหย่าจากภรรยา

ในวัยเด็ก Jane ใฝ่ฝันจะเป็นคนที่สามารถสนทนากับสัตว์ได้เหมือน Dr. Doolittle เมื่อครอบครัวขาดการเลี้ยงดูจากบิดา Jane ก็ไม่สามารถเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้จึงต้องไปสมัครเรียนวิชาเลขานุการ

เมื่ออายุ 21 ปี เพื่อนได้ชวน Jane ไปเที่ยว Kenya ในอาฟริกา Jane จึงพยายามเก็บรวบรวมเงินจนสามารถเดินทางไปได้ในอีก 2 ปีต่อมา ขณะอยู่ที่นั่น Jane ได้พบกับนักมานุษยวิทยาผู้มีชื่อเสียงโด่งดังชื่อ Louis Leakey ซึ่งรู้สึกประทับใจในความเฉลียวฉลาดและความจริงจังของ Jane มาก การมีอายุที่แตกต่างกันมากทำให้ Leakey รู้สึกเอ็นดู Jane เหมือนหลานและได้แนะนำ Jane ให้ศึกษาลิงชิมแปนซีซึ่งอาศัยอยู่ในป่าสงวนชื่อ Gombe Stream National Park ใกล้ทะเลสาบ Tanganyika เพราะ Leakey ตระหนักว่ายังไม่มีใครในโลกศึกษาธรรมชาติของลิงชนิดนี้อย่างจริงจังเลย

เมื่อกลับถึงอังกฤษ Jane จึงได้เข้าเรียนวิชาวานรวิทยา (primatology) กับ John Napier เพื่อเตรียมตัวไปศึกษาลิงที่ Kenya

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1960 Jane Goodall วัย 26 ปีเดินทางไป Kenya แต่เจ้าหน้าที่ป่าสงวนไม่อนุญาตให้ผู้หญิงผิวขาวเข้าทำงานในป่าเพียงคนเดียวโดยไร้คนคุ้มครอง ดังนั้น Vanne ผู้เป็นมารดาของ Jane จึงอาสาเดินทางมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ Jane ได้นำกล้องส่องทางไกล สมุดบันทึก และกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วยในการสำรวจภาคสนามครั้งนั้น ถึงจะมีอุปกรณ์ดีพอควรแต่ตลอดเวลา 4 เดือนในป่าสงวน Jane Goodall ไม่เห็นลิงชิมแปนซีแม้แต่ตัวเดียว
การเข้าสังคม
เมื่อถึงเดือนตุลาคมนักสัตววิทยาชื่อ George Schaller และภรรยาได้มาเยี่ยมเยือน Goodall ที่ป่าสงวน Gombe Stream ตัว Schaller ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษากอริลลาภูเขาได้บอก Goodall ว่าถ้า Goodall เห็นชิมแปนซีกินเนื้อและแบ่งอาหารกันกิน รวมถึงรู้จักใช้อุปกรณ์ด้วยนี่จะเป็นการค้นพบทางชีววิทยาที่ยิ่งใหญ่ เพราะในสมัยนั้นนักชีววิทยาทุกคนเชื่อว่าคนเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวเท่านั้นที่รู้จักใช้อุปกรณ์ และชิมแปนซีไม่กินเนื้อสัตว์

หลังจากนั้นเพียง 2 สัปดาห์ Goodall ก็ได้เห็นชิมแปนซีกินผลไม้ ใบไม้ เนื้อสัตว์ และแบ่งเนื้อกินกัน อีกทั้งได้เห็นลิงใช้ใบหญ้าแหย่รังปลวกเพื่อให้ปลวกวิ่งออกมาให้มันจับกิน และข้อสังเกตต่าง ๆ เกี่ยวกับพฤติกรรม Goodall จึงบันทึกภาพและข้อสังเกตต่าง ๆ จากนั้นได้รายงานสิ่งที่เห็นนี้ให้ Leakey ทราบทางจดหมาย และ Leakey ก็ได้ส่งโทรเลขตอบกลับมาว่า นับแต่นี้ไปนักชีววิทยาต้องให้คำจำกัดความของคำว่า “มนุษย์” และ “อุปกรณ์” ใหม่หมด หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องยอมรับว่าชิมแปนซีเป็นมนุษย์เช่นกัน

การค้นพบของ Goodall ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับโลกวิทยาการด้านชีววิทยามากจน National Geographic Society ได้ประกาศให้ทุนสนับสนุนการวิจัยของ Goodall ซึ่งได้รายงานการสังเกตเห็นพฤติกรรมของชิมแปนซีเพิ่มเติมว่า สัตว์ชนิดนี้รู้จักเต้นกลางฝนเวลาดีใจที่ฝนตก มีโครงสร้างสมองและระบบภูมิคุ้มกันเหมือนคน และมี DNA ที่ไม่แตกต่างจากคนเกิน 1.5% Goodall ได้ทำงานต่อที่ป่า Gombe อย่างมีความสุขจนรู้สึกเสมือนว่าที่นั่นคือบ้านที่แท้จริงของเธอ เมื่ออายุ 30 ปี Goodall ได้สมรสกับ Hugo van Lawick ผู้เป็นช่างภาพ คนทั้งสองร่วมกันศึกษาชีวิตสัตว์ป่าที่ป่าสงวน Serengeti และมีลูกชาย 1 คน แต่อีก 8 ปีต่อมาทั้งสองก็ได้หย่ากัน เพราะ Goodall ตกหลุมรักกับ Derek Bryceson ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี Julius Nyerere แห่ง Tanzania และได้เข้าพิธีสมรสกันในปี 1975 และ Bryceson ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในอีก 5 ปีต่อมา Goodall จึงเป็นแม่ม่ายลูกติดที่ต้องทำงานวิจัยต่อที่ป่า Gombe

ความจริงโลกมีนักสัตววิทยาหลายคนที่ได้เคยศึกษาลิงชิมแปนซีก่อน Goodall เช่น Wolfgang Kohler, Robert Yerkes และ Adrian Kortlandt เป็นต้น แต่บุคคลเหล่านี้ไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในป่านาน ๆ กับชิมแปนซีเหมือน Goodall จึงทำให้ไม่ได้ค้นพบว่าคนสามารถใช้ชีวิตในป่าร่วมกับลิงได้ และการใช้ชีวิต “เหมือน” ลิงตัวหนึ่งนี้ได้ทำให้ Goodall เข้าใจวิธีคิดและการกระทำของลิงชิมแปนซีเป็นอย่างดี เช่นรู้ว่ามันมีความรู้สึก มีอารมณ์และมีวัฒนธรรมเหมือนคนมาก

ปีนี้เป็นเวลา 50 ปีหลังจากที่ Goodall ได้เริ่มศึกษาชิมแปนซี แต่เธอก็ยังตระหนักว่าเธอยังรู้เกี่ยวกับลิงชิมแปนซีไม่หมด ถึงกระนั้นความเพียรพยายามและความรักที่เธอมีต่อชิมแปนซีก็ได้ทำให้ป่าสงวน Gombe Stream เป็นศูนย์กลางการวิจัยเรื่องลิงชิมแปนซีที่มีเครือข่ายใน 40 ประเทศ และที่ป่าสงวน Gombe นั้นก็มีการจัดตั้งสถาบัน Jane Goodall Institute ขึ้นในปี 1994 เพื่อวิจัยธรรมชาติของลิงชิมแปนซี อนุรักษ์ ดูแลมันและให้การศึกษาแก่เยาวชนในการดูแลป่าสงวน Gombe ร่วมกับสถาบันซึ่งจะฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน และนำรายได้จากนักท่องเที่ยวในป่ามาปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชาวบ้านด้วยการสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลให้ และให้ความมั่นใจว่าชาวบ้านจะมีอาหารบริโภคอย่างพอเพียง แต่ชาวบ้านต้องให้คำมั่นสัญญาว่าตนจะต้องอนุรักษ์ป่า และพิทักษ์ชีวิตของลิงชิมแปนซีทุกตัว เพราะถ้าลิงไม่มีชีวิตชาวบ้านก็จะไม่มีสวัสดิการ

ส่วนรัฐบาล Kenya ก็ได้นำระบบ GIS (Geographical Information System) มาใช้ในการวางแผนระบบนิเวศของป่าให้สมดุลด้วย

แต่ถึงจะพยายามเพียงใด รัฐบาล Kenya ก็ได้พบว่าในปี 1964 ป่ามีลิงชิมแปนซี 150 ตัว และในปีปัจจุบันป่ามีลิง 100 ตัว จำนวนลิงที่ลดลงมากเช่นนี้มีสาเหตุมาจากคนแอฟริกันชอบล่าเนื้อลิงชิมแปนซีมาเป็นอาหาร การอพยพของคนเข้าป่านำโรคโปลิโอสู่ลิง ทำให้ลิงตายไปเป็นจำนวนมาก นอกจากเหตุผลเหล่านี้แล้วการตัดป่าก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของลิงชิมแปนซีถูกกระทบกระเทือน และถ้ารุนแรงมากเราก็จะไม่มีชิมแปนซีเหลือให้อนุชนรุ่นหลังดู ซึ่งเป็นเรื่องที่ปล่อยให้เกิดไม่ได้ เพราะลิงชิมแปนซีเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะทางชีวภาพใกล้เคียงคนมากที่สุด อีกทั้งมีภาษาที่ไม่ต้องใช้เสียงในการสื่อสาร รู้จักแต่งตัว รู้จักใช้อุปกรณ์ รู้จักปลอบโยนเพื่อนยามเพื่อนมีทุกข์ รู้จักคิด รู้จักการดีใจ รู้จักความเศร้า รู้จักการตบหลังให้กำลังใจ ฯลฯ ซึ่งการแสดงออกนี้เป็นอารยธรรมง่าย ๆ ระดับเบื้องต้นของคนด้วย

ดังนั้นการศึกษาชิมแปนซีจึงเป็นการศึกษา “ญาติ” ที่ใกล้ชิดของมนุษย์ซึ่งทำให้มนุษย์เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์อื่นบ้าง

คุณอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือ Jane Goodall : The Woman Who Redefined Man โดย Dale Peterson 740 หน้า จัดพิมพ์โดย Houghton Mifflin ในปี 2006 ราคา 35 ดอลลาร์ ครับ

Categories: บุคคลสำคัญของโลก

Tags: ,