หนทางแห่งความสุขไปกับพนัน”คาสิโนออนไลน์”

มากมายเป็นอย่างยิ่งกับเหล่านักพนันที่ได้พากันเข้ามาเล่นเข้ามาใช้บริการกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ได้มีเกมพนันจำนวนมากเลยทีเดียวที่ถูกยกเข้ามาให้บริการผ่านทางเว็บไซต์ผู้บริการเกมพนันอย่างเต็มที่เต็มรูปแบบและมีการให้บริการด้วยความทันสมัยให้นักพนันได้เข้าไปสู่การเล่นเกมพนันที่นำไปให้บริการถึงที่กันเลยทีเดียว แล้วนักพนันยิ่งถ้าหากเป็นนักพนันที่ชื่นชอบไปกับการเข้าเล่นเกมพนันอีกด้วยแล้วนั้นก็ยิ่งแน่นอนว่าจะต้องชื่นชอบไปกับการให้บริการเกมพนันรูปแบบนี้อย่างแน่นอน ที่จะทำให้นักพนันทั้งได้เล่นเกมพนันอย่างที่ต้องการแถมยังเป็นการให้บริการที่รวบรวมเอาสิ่งที่ดีๆมากมายมาเข้าไว้ให้นักพนันอีกด้วย ซึ่งตั้งแต่นี้ต่อไปก็เท่ากับว่าการเข้าเล่นเกมพนันของเหล่านักพนันนั้นจะมีแต่ได้กับได้และจะมีแต่เรื่องที่ดีที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่การเข้าเล่นเข้าใช้บริการเกมพนันที่ชื่นชอบ ไม่ทำให้ใครมาว่าหรือดูถูกได้อีกต่อไปว่าคนที่เข้าเล่นเกมพนันนั้นมีแต่จะสร้างปัญหาให้แก่สังคมหรือทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวของนักพนันที่ได้เข้าไปเล่นเกมพนันเช่นนั้นอีกต่อไป ผู้คนเรียกได้ว่าจะต้องต่างพากันอิจฉาไปกับการเข้าเล่นเกมพนันของนักพนันที่สามารถทำเงินสร้างรายได้เป็นการสร้างความมั่งคงให้แก่ตัวของนักพนันที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในยุคสมัยปัจจุบันที่ผู้คนมากมายนักที่มีปัญหาทางด้านการเงินแต่นักพนันนั้นจะไม่มีปัญหาเช่นนั้นเกิดขึ้นและการใช้ชีวิตในทุกๆวันนี้อย่างราบรื่นและมีความสุขได้ก็เพราะกับการเข้าเล่นเกมพนันที่เรียกว่าเป็นการให้บริการผ่านทางโลกออนไลน์กับ”คาสิโนออนไลน์”นั่นเอง อันที่จริงแล้วนั้นการที่นักพนันได้เข้าเล่นพนันในรูปแบบของบ่อนพนันที่ให้บริการภาคพื้นทั่วๆไปนั้นก้ถือได้ว่าเป็นความสุขอีกรูปแบบหนึ่งที่นักพนันจะได้รับอย่างแตกต่างออกไปจากการที่นักพนันเข้าไปเล่นเข้าไปใช้บริการกับการให้บริการเกมพนันผ่านทางช่องทางบนโลกออนไลน์ในทุกวันนี้ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการเข้าเล่นเกมพนันที่อาจจะเป็นจุดประสงค์ของการเข้าเล่นเข้าสู่เกมพนันที่แตกต่างกันไปและแต่และรูปแบบนั้นก็สามารถตอบโจทย์ให้แก่นักพนันที่เข้าไปเล่นเข้าไปใช้บริการได้ไม่เหมือนซึ่งก็เหมือนกับว่าในทุกวันนี้นั้นนักพนันได้มีทางเลือกสำหรับการเข้าเล่นเกมพนันเพิ่มมากขึ้นและนั่นย่อมเท่ากับว่าการเข้าเล่นเกมพนันของนักพนันจะไปสู่ความสำเร็จและเป็นไปอย่างที่นักพนันตั้งใจเอาไว้ได้จริงๆ อย่างเช่นถ้าหากนักพนันที่ชื่นชอบไปกับการเข้าเล่นเกมพนันเพียงเพราะอยากที่จะได้ความสนุกสนานเพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับการเข้าเล่นเข้าใช้บริการเท่านั้น หนทางของกาบริการด้วยบ่อนพนันทั่วๆไปนั้นอาจจะตอบสนองในสิ่งเหล่านี้ให้แก่นักพนันได้เป็นอย่างดีและไม่ว่านักพนันจะเข้าเล่นเกมพนันเป็นผลที่แพ้หรือเสียเงินเดิมพันมากขนาดไหนนักพนันก็สามารถเพลิดเพลินไปบันเทิงใจไปกับการให้บริการที่อยู่ภายในบ่อนพนันที่ได้เข้าไปเล่นเข้าไปใช้บริการได้ แต่ถ้าหากเป็นกับนักพนันที่เป้าหมายของการเข้าไปเดิมพันในเกมพนันนั้นก็เพื่อที่ต้องการจะทำเงินสร้างรายได้ไปกับเกมพนันที่ได้เลือกสรรเลือกเข้าไปใช้บริการแล้วละก็ก็คงจะต้องเป็นหนทางของการเข้าเล่นเข้าไปสู่การให้บริการเกมพนันในรูปแบบของ”คาสิโนออนไลน์”เท่านั้นจึงจะเรียกได้ว่าเป็นหนทางที่เหมาะสมและจะสร้างความสุขให้แก่นักพนันเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง ความสุขจากการเข้าเล่นเกมพนันsbobetของนักพนันนั้นเกิดขึ้นได้กับนักพนันทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งไปกับการเข้าเล่นด้วย”คาสิโนออนไลน์”แล้วละก็ความสุขที่แท้จริงในการเข้าเล่นเกมพนันจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนและมากไปกว่านั้นการเข้าเล่นเกมพนันของนักพนันเองจะเป็นการเข้าเล่นเกมพนันที่สร้างประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีๆให้แก่ผู้เข้าเล่นเข้าใช้บริการได้ในหลายๆเรื่องหลายๆด้านที่จะว่าไปแล้วย่อมดีกว่าการเข้าเล่นพนันในบ่อนพนันเดิมๆที่ให้เพียงแค่ความสนุกสนานความบันเทิงเท่านั้น

Continue Reading →

มาลาลา ยูซาฟไซ

มาลาลา ยูซาฟไซ เธอมีหัวใจที่เข้มแข็งและกล้าหาญ ที่ผ่านมาเธอต้องต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาท่ามกลางความรุนแรงภายในประเทศ จน มาลาลา ได้ถูกมือปืนฏอลิบาน (Taliban) ยิงศรีษะจนเกือบเสียชีวิต แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้ด้วยความหวังที่ว่าจะให้เด็กหญิงทั่วโลกได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยหัวใจที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวทรงพลังของเธอนั้นเป็นประจักษ์แก่สายตาของคนทั่วโลก และนี่เองทำให้ มาลาลา ยูซาฟไซ ถูกเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2013 ซึ่งการที่เธอได้รับเกียรติอันสูงสุดนี้ สะท้อนให้เห็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคของสตรี ในเรื่องการศึกษา และเพื่อประชาธิปไตยที่ประชาชนในชาติทุกคนพึงได้รับอย่างเท่าเทียมไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นหญิงหรือชาย และอีกเหตุการณ์ที่คนทั่วโลกต่างปรบมือชื่นชมในจิตใจนักสู้ของเธอก็คือ การกล่าวสุนทรพจน์ บนเวทีเวทีสหประชาชาติ ซึ่งบทสุนทรพจน์ที่เธอได้กล่าวนั้นย้ำให้ถึงจุดยืนที่มุ่งมั่นในแนวทางที่จะใช้การศึกษาเป็นอาวุธในการประกาศสงคราม(ปัญญา)เพื่อต่อสู้กับความรุนแรงของผู้ก่อการร้ายที่เคยหมายมั่นจะเอาชีวิตเธอ “ผู้ก่อการร้ายคิดว่าพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงความปราถนามุ่งมั่นของฉันได้ พวกเขาไม่รู้เลยว่าในชีวิตฉันมีเพียงความอ่อนแอ ความหวาดกลัว และความสิ้นหวังเท่านั้นที่เปลี่ยน แต่ความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวและพลังความกล้าหาญได้เกิดขึ้นมาแทน”    “ให้เราได้มีโอกาสหยิบสมุดและปากกาของพวกเราขึ้นมา เพราะพวกมันเป็นอาวุธสำคัญที่พวกเรามี เด็กหนึ่งคน ครูหนึ่งคน และหนังสือหนึ่งเล่ม สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ การศึกษาเป็นคำตอบ การศึกษาต้องมาก่อน”  แต่น่าแปลกใจที่ชาวปากีสถานเอง กลับไม่ขานรับกับการที่เธอลุกขึ้นต่อสู้เรียกร้องสิทธิการศึกษาให้เด็กและสตรีที่ถูกริดรอน ยิ่งไปกว่านั้นชาวปากีสถานกลับมองว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของเธอบนเวทีสหประชาชาตินั้นเป็นเพียงฉากละครหนึ่งเท่านั้น! การเข้าสังคม อย่างไรก็ตามแม้ว่าชาวปากีสถานจะไม่เห็นคุณค่าอันสิ่งใหญ่ในสิ่งที่เธอได้พยายามต่อสู้ แต่ในสายตาของคนทั้งโลกแล้ว เสียงเรียกร้องของเธอนั้นยิ่งใหญ่และน่ายกย่องชื่นชมเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลต่างๆมากมาย อาทิ รางวัลสิทธิมนุษยชนเพื่ออิสรภาพของผู้หญิงนานาชาติ ( Simone de Beauvoir Prize, International Human Rights Prize for Women’s Freedom, 2013) และรางวัลเยาวชนเพื่อสันติภาพแห่งชาติ (National Youth Peace Prize,2011) และ มาลาลา ถือเป็นคนแรกของปากีสถานที่ได้รับรางวัลนี้ นอกจากนี้นิตยสาร TIME ได้จัดให้มาลาลาได้รับเลือกเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอันดับสองแห่งปี 2012 รองจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา และจากที่เธอต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อนั้นทำให้ สหประชาชาติ ได้ถือเอาวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบ 16 ปี ของมาลาลา ประกาศให้วันนี้เป็น “วันมาลา” (Malala Day) หรือวันเพื่อการศึกษาของเด็กทั่วโลก   จากการกระทำของ มาลาลา ยูซาฟไซ สาวน้อยนักสุู้หัวใจสิงห์ ทำให้เราเห็นภาพของการต่อสู้ที่เด็ดเดี่ยวของเด็กผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่ผ่านอะไรมามากมาย เกินกว่าชีวิตวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป ซึ่งเธอไม่แสดงความเปราะบาง อ่อนแอ หรือโอนอ่อนต่อความอยุติธรรมและอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ที่จะให้เด็กและสตรีในปากีสถานได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

Continue Reading →

‘นายกฯ’ ถามทีมละครบุพเพสันนิวาส ‘ใครอยากเลือกตั้ง’

นายกฯพบผู้จัดและทีมนักแสดงละครบุพเพสันนิวาส ย้ำให้กระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมการผลิตละครไทย เผยแพร่วัฒนธรรม ถามนักแสดงใครอยากเลือกตั้ง ให้เอามันไปตัดหัว! ทีมละครบทบุพเพสันนิวาส นำโดย หน่อง-อรุโณชา ภานุพันธุ์ ผู้จัดละคร, และนักแสดงนำ เบลล่า-ราณี แคมเปน, โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย, ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ซูซี่-สุษิรา แน่นหนา, หลุยส์ สก็อต เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี และนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้พูดคุยกับทีมละครช่วงหนึ่งว่า ละครเรื่องนี้เป็นที่น่าประทับใจ และเป็นการสานต่อสิ่งที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงทำไว้นั่นคือการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ยังสะท้อนความเป็นไทยนิยม คือคนไทยชอบดูละคร ดังนั้นผู้ผลิตละครจะต้องทำให้มันดี ทำให้มันประทับใจ เช่นต่างประเทศ มีการนำเรื่องอาหาร ศิลปะ วัฒนธรรม ถ่ายทอดผ่านละคร พร้อมกำชับให้รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนการผลิตละคร และภาพยนตร์ไทยให้มีคุณภาพ นำเสนอสิ่งดีๆของไทยออกมา ซึ่งมีทั้งงานหัตถศิลป์ งานเครื่องเงินเครื่องทอง งานเพื่อเผยแพร่ออกสู่นานาชาติ ถือเป็นประเทศเป็นหนึ่งในโลกที่มีเอกลักษณ์ และนวัตกรรม เป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันนายกฯยังได้หยอกล้อทีมนักแสดง เช่นถามนักแสดงว่าใครอยากเลือกตั้ง? เบลล่าตอบว่าพี่หมื่นเรือง ปั้นจั่นจึงตอบผมรอตามโรดแมปได้ นายกฯ จึงกล่าวตอบว่างั้นเอามันไปตัดหัว ปั้นจั่นตอบกลับว่า งั้นผมขอเซลฟี่ได้ไหมครับ นายกฯตอบกลับว่า ลดโทษเหลือโบย 10 ที, จากนั้นก็หันไปแซวเบลล่า ว่า “ผอมไปหน่อยหรือเปล่าออเจ้า”, ปรางว่านี่ตัวร้ายใช่ไหม? แต่หน้าตาใจดีนะ, sbobet หลุยส์ ว่า ตอนหลังก็แย่เหมือนกันนะ เป็นต้น และถามผู้จัดละครว่ามีภาคสองหรือไม่ ซึ่งนายกฯ แนะนำว่าภาคสองควรจะเป็นเรื่องสมัยใหม่ แต่ให้เชื่อมโยงเรื่องวัฒนธรรมด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ขึ้น และจะบูรณาการความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนการรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์และรักความเป็นไทยโดยจะเชิญภาคเอกชน ผู้เขียนบท ผู้จัด ผู้สร้างละครและภาพยนตร์ทุกค่ายทุกสังกัดมาหารือถึงแนวทางเกี่ยวกับการสนับสนุนให้สร้างละครและภาพยนตร์ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ยังฝากผู้จัดละครให้เขียนบทเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลมาให้บ้าง และถ้ามีบทปู่ บทลุงก็ให้เอารัฐมนตรีไปเล่น

Continue Reading →

สู้พิษหมอกควัน!! คณะแพทย์มช.แจกหน้ากาก N95 บุคลากรกว่า 6 พันคน

คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แจกหน้ากาก N95 ให้บุคลากรกว่า 6 พันคน สู้พิษหมอกควัน ภัยเงียบเสี่ยงมะเร็งปอด-โรคหัวใจ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยพุ่งสูง แนะประชาชนดูแลสุขภาพ วันนี้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ เจ้าหน้าที่แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องภาวะหมอกควันและการป้องกันตัวเอง พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้กับบุคลากรคณะแพทย์ฯ กว่า 6,000 คน เพื่อใช้ป้องกันตัวเองจากภาวะหมอกควัน ที่มีแนวโน้มว่าจะยังไม่คลี่คลายในช่วงนี้ คณะแพทยศาสตร์จึงรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาร่วมกันชี้แจงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กถือเป็นภัยเงียบอันตราย ส่งผลให้เกิดอาการปอดอักเสบ ในระยะยาวจะเสี่ยงเป็นมะเร็งปอด ที่สำคัญอาจเกิดโรคหัวใจในระยะยาวได้ นอกจากนี้จะมีการรวบรวมผู้วิจัยมาศึกษาทางด้านเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันด้วย สิ่งที่ควรทำคือการหลีกเลี่ยงออกไปในที่โล่งแจ้ง อยู่ในห้องที่ปิดหน้าต่างมิดชิดและเปิดแอร์ ควรมีเครื่องฟอกอากาศ แต่หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอกการเข้าสังคมในช่วงสั้นๆ ก็ควรใส่หน้ากากชนิด N95 ที่กันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ ด้าน รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรินทยา พรหมินธิกุล อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากสถิติปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคปอด และโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน  ส่วนผู้เสียชีวิต ยังสรุปไม่ได้ว่าเกี่ยวกับปัญหานี้โดยตรงหรือไม่ จึงอยากให้ประชาชนหันมาดูแลสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น เพราะถือว่าเป็นพิษภัยที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว และอาจทำให้เสียชีวิตได้

Continue Reading →

ภาคเหนือวิกฤติปัญหาหมอกควันสูงสุดในรอบปี – เชียงใหม่ฝนตกแต่ไม่ช่วย

พื้นที่ภาคเหนือเผชิญปัญหาหมอกควันหนักสุดในรอบปี ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ขณะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จับมือทีมวิจัยจากสถาบันศึกษาในภาคเหนือเปิดตัวโครงการ PEOPLE AQI สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและเตือนภัยมลพิษทางอากาศ พื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่ช่วงวิกฤติหนักที่สุดของปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่า ส่งผลให้ค่ามลพิษพุ่งสูงที่สุดในรอบปีนี้แล้ว ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ขณะที่เชียงใหม่แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตก แต่แค่บรรเทายังไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทางจังหวัดแจ้งรับบริจาคน้ำ อาหาร และสิ่งของจำเป็นช่วยเหลืออาสาสมัครดับไฟป่าที่ต้องทำงานหนักในพื้นที่เพื่อช่วยลมหายใจคนทั้งเมือง สถานการณ์หมอกควัน และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่ช่วงที่วิกฤติหนักที่สุดของปีนี้แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการสะสมตัวของหมอกควัน ทั้งอากาศร้อนที่กดทับชั้นบรรยากาศให้ฝุ่นควันสะสมในพื้นที่ สภาพภูมิประเทศ ที่เป็นหุบเขาและแอ่งกระทะ รวมทั้งปัญหาการเกิดไฟป่าในพื้นที่ ที่ยังรุนแรงแม้จะระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งขอความร่วมมือกับประชาชนกัยอย่างหนักแล้วก็ตาม ข้อมูลล่าสุดของกรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2561 ณ เวลา 9.00 น. พบว่า ปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่ามี 3 จังหวัดที่ค่ามลพิษเกินค่ามาตรฐาน ที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยที่สถานนีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 185 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก วัดได้ 124 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเกิดฝนตกในพื้นที่อำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ก็ช่วยบรรเทาหมอกควันลงมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยที่ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 135 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานี ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเร่งดำเนินการควบคุมการเผาอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า และอาสาสมัครดับไฟป่าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ต้องทำงานกันอย่างหนักท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งมีความยากลำบาก ล่าสุดทางจังหวัดได้แจ้งประชาสัมพันธ์ขอเปิดรับบริจาคสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาช่วยเหลือและแบ่งปันน้ำใจทีมอาสาสมัครดับไฟป่าในทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นผู้เสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เข้าดับไฟป่าในพื้นที่ภูเขาสูงชันและยากลำบาก ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด อาหารแห้ง และอุปกรณ์ในการดับไฟ หากผู้ที่ประสงค์จะนำสิ่งของมาบริจาค สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053 – 112236 ได้ทุกวัน

Continue Reading →

รอง ผบ.ตร. เปิดงานเล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย 2561 เชิญชวญประชาชนแต่งชุดไทยย้อนยุคเล่นสงกรานต์แบบไท สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ 30 มี.ค. ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กทม. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วยศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ร่วมกันจัดงานเดินรณรงค์ “เล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย 2561 Songkran Water Festival Campaign Safe 2018” โดยมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และแบบอย่างเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีที่ดีของไทย  sbobet พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงสงกรานต์ได้สั่งตำรวจทั่วประเทศ ระดมกำลังจัดสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพิ่มจากอัตราการจัดปกติ โดยเฉพาะสายตรวจเดินเท้า ในเขตชุมชน หรือพื้นที่ล่อแหลม และรณรงค์เรื่องการแต่งกายสุภาพสตรีให้สุภาพเหมาะสม เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาการ ลวนลามทางเพศ พร้อมกับพิจารณาประสิทธิภาพการควบคุมสั่งการ ของห้องวิทยุสื่อสารทุกแห่งทุกระดับ  ตรวจสอบความพร้อมของวิทยุสื่อสาร ตลอดจนการทำงานของแอพลิเคชั่น Police I Lert U ให้มีความพร้อม รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น การตรวจตู้แดงด้วยระบบ QR Code เพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงวันที่ 1-10 เม.ย. เพื่อปิดล้อมตรวจค้น 10 เป้าหมายสำคัญ ตามแผน พิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2561 ทั้งนี้เชิญชวนประชาชนหันมาแต่งชุดไทยย้อนรอยในการเล่นสงกรานต์ตามแบบละครดัง ซึ่งส่งเสริมประเพณีที่ดีงาม ให้คงอยู่ควบคู่ไปกับสังคมไทย และสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกที่กำลังจะเดินทางมาร่วมเล่นน้ำในเทศกาลที่จะมาถึง

Continue Reading →

คิม จอง อึน พบ สี จิ้นผิง สันติภาพบังเกิดบนคาบสมุทรเกาหลี?

นาย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางกรุงปักกิ่งของจีน ถือเป็นการเยือนต่างประเทศที่คนทั่วไปรู้ข่าวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศในปี 2011 สื่อจีนรายงานว่า การหารือกันของนายคิม และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประสบความสำเร็จ และผู้นำจีนเห็นชอบที่จะเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือเช่นกัน ข่าวลือการเยือนจีนของคิม จอง อึน เริ่มจากมีรายงานว่า มีบุคคลสำคัญการเข้าสังคมเดินทางด้วยรถไฟที่คล้ายกับขบวนที่พ่อของนายคิมเคยใช้ในปี 2011 จากนั้นจึงมีการยืนยันว่าบุคคลสำคัญนั้นคือ คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ นายคิมได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงปักกิ่งของจีน จีนเป็นผู้ช่วยเหลือที่สำคัญเพียงรายเดียวของเกาหลีเหนือ แต่ความสำคัญของทั้งสองฝ่ายแย่ลง เพราะโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของนายคิม การเยือนนี้เป็นการบอกชาวโลกว่าจีนและเกาหลีเหนือยังเป็นมิตรต่อกัน สื่อจีนรายงานว่า นายคิม ให้คำมั่นต่อนายสีว่า จะปลดอาวุธนิวเคลียร์ ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการเตรียมพร้อมของเกาหลีเหนือสู่การเจรจากับเกาหลีใต้ในเดือนเมษายน และการเจรจากับสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม แต่การเยือนนี้ยังส่งสัญญาณว่า จีนต้องการมั่นใจว่า จีนยังคงมีอิทธิพลต่อการเจรจาที่จะเกิดขึ้น  

Continue Reading →

อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel)

Alfred-Nobel2

อัลเฟรด เบิร์นฮาร์ด โนเบล (Alfred Bernhard Nobel) (21 ตุลาคม พ.ศ. 2376, สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2439, ซานเรโม ประเทศอิตาลี) นักเคมีชาวสวีเดน วิศวกร นักประดิษฐ์ ผู้ผลิตอาวุธและผู้คิดค้นดินระเบิดไดนาไมท์ เขาเป็นเจ้าของบริษัทโบโฟรส์ (Bofors) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ โดยเขาได้เปลี่ยนแปลงบทบาทของโรงงานจากเดิมที่เป็นโรงงานเหล็กและเหล็กกล้า มาเป็นโรงผลิตปืนใหญ่ และอาวุธต่างๆ ในพินัยกรรมของเขา เขาได้ยกทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลได้จากการผลิตอาวุธให้แก่สถาบันรางวัลโนเบล เพื่อมอบรางวัลแก่บุคคลที่สร้างคุณประโยชน์แก่มนุษยชาติ เรียกว่า รางวัลโนเบล และในโอกาสที่มีการสังเคราะห์ธาตุชนิดใหม่ขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อธาตุนั้นตามชื่อของเขา เพื่อเป็นการให้เกียรติ ว่า โนเบเลียม (Nobelium) ประวัติ โนเบล ผู้สืบเชื้อสายมาจากนักวิทยาศาสตร์ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 ชื่อโอลาอุส รุทเบค (Olaus Rudbeck – พ.ศ. 2173 – พ.ศ. 2251) และเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของ อิมมานูเอล โนเบล (พ.ศ. 2344 – พ.ศ. 2415) เกิดที่กรุงสต็อกโฮล์มและย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อ พ.ศ. 2385 ที่ซึ่งบิดาผู้คิดค้นวิธีทำไม้อัดสมัยใหม่ได้งานสร้าง “ตอร์ปีโด” ที่นั่น แต่ต่อมาอัลเฟร็ด โนเบลได้ย้ายไปอเมริกาพร้อมครอบครัวเนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน ที่อเมริกาเขาได้ทุ่มเทตัวเองหันมาศึกษาด้านดินระเบิด โดยเฉพาะชนิดที่มีความปลอดภัยในการผลิตโดยใช้ “ไนโตรกลีเซอร์รีน” (nitroglycerine) ซึ่งค้บพบในปี พ.ศ. 2390 โดยแอสคานิโอ โซเบรโนซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับเขาที่มหาวิทยาลัยโทริโน หรือมหาวิทยาลัยแห่งตูริน อิตาลี มีรายงานว่าได้มีการระเบิดขึ้นบ่อยครั้งในโรงงานของครัวของโนเบล ครั้งที่รุนแรงถึงชีวิตในปี พ.ศ. 2407 ได้คร่าชีวิตของน้องชายชองอัลเฟร็ต โนเบลพร้อมคนงานอีกหลายคน นับตั้งแต่ พ.ศ. 2444 เป็นต้นมา ได้มีการมอบรางวัลโนเบลเมื่อเป็นเกียรติแก่ชายและหญิงหลายคนจากทุกมุมโลกผู้ซึ่งได้คิดค้นหรือมีผลงานที่ดีเด่นในสาขาต่างๆ ได้แก่สาขาฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ วรรณคดีและด้านสันติภาพ การจัดตั้งกองทุนรางวัลโนเบลเกิดขึ้นตามพินัยกรรมฉบับสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. 2438 ด้วยจำนวนเงินก้อนใหญ่มากที่โนเบลได้มอบให้ ก่อนเสียชีวิตไม่นานัก อัลเฟร็ต โนเบลได้เขียนบทละครเศร้าชื่อ “เทวฑัณท์” (Nmesis) เป็นบทร้อยแก้วความยาว 4 ตอน เป็นเรื่องเกี่ยวกับสตรีอิตาลีผู้มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมอันลือลั่นในกรุงโรมในยุคนั้น บทละครได้รับการตีพิมพ์พอดีกับช่วงการตายของโนเบล หนังสือทั้งหมดถูกทำลายทันทีหลังการตายของเขา แต่ก็มีเหลือรอดอยู่ 3 เล่ม ที่เพิ่งได้รับการตีพิมพ์ใหม่เมื่อ พ.ศ. 2546 ศพของอัลเฟร็ด เบิร์นฮาร์ท โนเบลได้รับการฝังไว้ในกรุงสต็อกโฮล์ม ดินระเบิดไดนาไมท์ อัลเฟร็ด เบิร์นฮาร์ท โนเบลได้ค้นพบว่าเมื่อนำสารไนโตรกลีเซอรินมารวมกับตัวซึมซับเฉื่อย เช่นผงไดอะตอมมาเชียส (diatomaceous earth – ผงที่ทำจากซากไดอะตอมชนิดเดียวกับที่ใช้กรองน้ำในสระว่ายน้ำทั่วไป) จะมีความปลอดภัยมากในการผลิต ซึ่งโนเบลได้จดสิทธิบัตรในปี พ.ศ. 2410 โดยใช้ชื่อว่า “ไดนาไมท์” และได้สาธิตดินระเบิดแบบใหม่ของเขาในปีนั้นในเหมืองแห่งหนึ่งในอังกฤษ ขั้นต่อมา โนเบลได้ผสมไนโตรกลีเซอรินกับดินระเบิดชนิดอื่น (gun cotton) ได้สารชนิดใหม่ที่เป็นเยลลี่ใสที่ระเบิดได้รุนแรงกว่าไดนาไมท์ เรียกว่าเจลลิกไนท์ หรือเจลระเบิดซึ่งโนเบลได้จดสิทธิบัตรเมื่อปี พ.ศ. 2419 และก็ได้มีดินระเบิดใหม่หลายชนิดตามมาจาการผสมโพแตสเซียมไนเตรทและสารชนิดอื่นๆ ดินส่วนใหญ่ในนั้น เป็นดินที่มีคุณภาพที่ค่อนข้างจะมีมากอยู่หลายชนิด ทำให้ อัลเฟร็ด โนเบล ประสบความสำเร็จในด้านนี้อย่างมากเลยทีเดียว รางวัล กล่าวกันว่าการตีพิมพ์คำไว้อาลัยการเสียชีวิตก่อนการตายของโนเบล เมื่อ พ.ศ. 2431 (โนเบลโดยหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสฉบับหนึ่งซึ่งประณามการคิดค้นไดนาไมท์(โนเบลตายปี พ.ศ. 2439) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โนเบลตัดสินใจใช้มรดกของเขาในทางที่เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ ในคำไว้อาลัยของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเขียนถากถางไว้ว่า “พ่อค้าความตายได้ตายไปแล้ว” และเขียนต่ออีกว่า “ดร. อัลเฟร็ต โนเบลผู้ซึ่งร่ำรวยมหาศาลด้วยการคิดค้นวิธีฆ่าคนให้ได้จำนวนมากขึ้น เร็วขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนได้ตายเสียแล้วเมื่อวานนี้” เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438 ณ สโมสรสวีเดน-นอร์เวย์ ในนครปารีส โนเบลได้ลงนามในพินัยกรรมฉบับสุดท้ายของเขาพร้อมคำสัญญายกที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเพื่อใช้จัดตั้งรางวัลโนเบลสำหรับมอบแก่ผู้ทำประโยชน์ดีเด่นแก่โลกโดยไม่เลือกสัญชาติ อัลเฟร็ต โนเบล ถึงแก่กรรมด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2439 ที่เมืองซานรีโม ประเทศอิตาลี จำนวนทรัพย์สินที่มอบให้แก่กองทุนรางวัลโนเบลมีมูลค่าในขณะนั้นเป็นจำนวน 31 ล้านโครนหรือ 4,233,500.00 ดอลลาร์สหรัฐ 3 รางวัลแรกมอบให้แก่วิทยาศาสตร์สาขาฟิสิกส์ เคมีและวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือสรีรวิทยา รางวัลที่ 4 มอบให้แก่งานด้านวรรณคดี รางวัลที่ 5 มอบให้บุคคลหรือสถาบันที่มีบทบาทสำคัญที่สร้างความปรองดองในระดับนานาชาติ ลดการกดขี่หรือลดจำนวนกองกำลังรบ หรือสร้างสันติภาพ การมอบรางวัลด้านวรรณคดีมีปัญหาในตอนแรกจากการตีความ โดยตีความว่าให้กับผลงานที่มีความสำคัญมากกว่างานเขียนที่เป็นอุดมคติหรือที่โรแมนติก ทำให้ลีโอ ตอลสตอยไม่ได้รับการพิจารณา การตีความนี้ได้รับการแก้ไขในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีปัญหาการตีความเกิดขึ้นอีกหลายกรณี โดยเฉพาะระหว่างงานด้านวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี ซึ่งตีความกันว่าโนเบลมุ่งให้เฉพาะวิทยาศาตร์สาขาฟิสิกส์ ทำให้วิศวกรไม่ได้รับการพิจารณาต้นเหตุเกิดจากการที่โนเบลไม่ได้ปรึกษาหารือผู้ใดเกี่ยวกับความเฉพาะของสาขาในการเขียน และการเขียนก็สั้นเพียงหน้าเดียว ข่าวลือรางวัลโนเบล การที่ไม่มีรางวัลโนเบลในสาขาคณิตศาสตร์อยู่ด้วยนั้น มีข่าวลือกันในขณะนั้นว่าการที่โนเบลไม่ยอมให้มีสาขาคณิตศาสตร์มีสาเหตุจากผู้หญิง ซึ่งอาจเป็นคู่หมั้นเก่าหรือภรรยาลับที่ปฏิเสธความรักของเขา หรือโกงเขาและจากไปอยู่กับนักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อ กอสตา มิตแทก เลฟเฟลอร์ แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานใดทางประวัติศาสตร์ที่สนับสนุนข่าวลือนี้ อัลเฟร็ด เบิร์นฮาร์ท โนเบลเป็นคนโสดไม่เคยแต่งงานตลอดชีวิต

Continue Reading →

เซอร์ ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Sir Tim Berners-Lee)

tim_berners_lee

เซอร์ทิโมที จอห์น เบอร์เนิร์ส-ลี (Sir Timothy John Berners-Lee, OM, KBE, FRS, FREng, FRSA) (8 มิถุนายน พ.ศ. 2498) ผู้คิดค้นและประดิษฐ์ เวิลด์ไวด์เว็บ ผู้อำนวยการ World Wide Web Consortium (ทำหน้าที่ดูแลการพัฒนาต่อเนื่องใหม่ ๆ เกี่ยวกับเว็บ) นักวิจัยอาวุโสและผู้นั่งในตำแหน่ง ทรีคอมฟาวน์เดอร์สแชร์ (3Com Founders Chair) ที่หอทดลองวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์แห่งเอ็มไอที (CSAIL) เบื้องหลังและงานอาชีพช่วงแรก เซอร์ทิม เบอร์เนิร์ส-ลี เกิดในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรนายคอนเวย์ เบอร์เนิร์ส-ลี และนางแมรี ลี วูดส์ ทั้งบิดาและมารดาเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในทีมสร้างคอมพิวเตอร์ยุคแรก คือ “แมนเชสเตอร์ มาร์ก 1” ด้วยกัน ทั้งสองได้สอนให้เบอร์เนิร์ส-ลีใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันไปทุกเรื่อง แม้แต่บนโต๊ะอาหาร เบอร์เนิร์ส-ลีเข้าโรงเรียนชั้นประถมที่โรงเรียน “ชีนเมาท์” (ซึ่งต่อมาได้อุทิศห้องโถงใหม่ห้องหนึ่งเป็นเกียรติแก่เขา) ก่อนที่จะย้ายไปเรียนต่อระดับโอ. และระดับเอ. ที่โรงเรียนเอ็มมานูเอล ที่วานสเวิร์ท เบอร์เนิร์ส-ลีเป็นศิษย์เก่าของควีนส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดซึ่งเบอร์เนิร์ส-ลีเป็นตัวแทนแข่งขันเกมส์ “ทิดดลีวิงค์” ประเพณี (เกมแข่งช้อนดีดอีแปะลงถ้วย) กับคู่ปรับเก่าแก่คือมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ด้วย ขณะที่เรียนที่ควีนส์คอลเลจ เบอร์เนิร์ส-ลีได้สร้างคอมพิวเตอร์ด้วยหัวแร้งไฟฟ้า ประกอบทีทีแอล (ทรานซิสเตอร์ชนิดหนึ่ง) ลอจิกเกท และหน่วยประมวลผล เอ็ม 6800 กับโทรทัศน์เก่าเครื่องหนึ่ง และช่วงหนึ่งในระหว่างการศึกษา เบอร์เนิร์ส-ลีถูกจับได้ร่วมกับเพื่อนฐานทำการ “แฮ็ก” คอมพิวเตอร์และถูกห้ามมิให้ใช้คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย เบอร์เนิร์ส-ลีจบการศึกษาปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์เมื่อ พ.ศ. 2518 เวิลด์ไวด์เว็บ ขณะที่เป็นลูกจ้างอิสระอยู่ที่ “เซิร์น” ระหว่างเดือนมิถุนายน – ธันวาคม พ.ศ. 2523 เบอร์เนิร์ส-ลีได้เสนอโครงการหนึ่งที่ใช้แนวคิด “ข้อความหลายมิติ” หรือ hypertext มาใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนและปรับสมัยข้อมูลระหว่างนักวิจัยด้วยกัน ขณะที่เบอร์เนิร์ส-ลีทำงานอยู่ที่นี่เขาได้สร้างระบบต้นแบบไว้แล้วเรียกชื่อว่า ENQUIRE หลังจากออกจากเซิร์นเมื่อ พ.ศ. 2523 เบอร์เนิร์ส-ลีไปร่วมงานกับบริษัท “อิมเมจคอมพิวเตอร์ซิสเต็ม” ของจอห์น พุล เบอร์เนิร์ส-ลีได้กลับมาทำงานที่เซิร์นอีกครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2527 ในตำแหน่งสิกขบัณฑิต (Fellow) เมื่อถึง พ.ศ. 2532 เซิร์นได้กลายเป็นศุนย์อินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเบอร์เนิร์ส-ลีได้เล็งเห็นโอกาสในการใช้ “ข้อความหลายมิติ” ผนวกเข้ากับอินเทอร์เน็ต เบอร์เนิร์ส-ลีเขียนไว้ในข้อเสนอโครงการของเขาว่า “…ผมเพียงเอาความคิดเรื่องข้อความหลายมิตินี้เขื่อมต่อเข้ากับความคิด “ทีซีพี” และ “DNS” และเท่านั้นก็จะได้ “เวิลด์ไวด์เว็บ..” เบอร์เนิร์ส-ลีร่างข้อเสนอของเขาเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2532 และในปี พ.ศ. 2533 ด้วยความช่วยเหลือของโรเบิร์ต ไคลิยู ช่วยปรับร่างโครงการให้ ไมค์ เซนดอลล์ผู้จัดการของเบอร์เนิร์ส-ลีจึงรับข้อเสนอของเขา ในข้อเสนอนี้ เบอร์เนิร์ส-ลีได้ใช้ความคิดเดียวกับระบบเอ็นไควร์มาใช้สร้างเวิลด์ไวด์เว็บ ซึ่งเขาได้ออกแบบและสร้างเว็บเบราว์เซอร์และเอดิเตอร์ตัวแรกของโลกชื่อว่า WorldWideWeb บนระบบปฏิบัติการ NEXTSTEP ของสตีฟ จอบส์ และสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ขึ้น เรียกว่า httpd (ย่อมาจาก HyperText Transfer Protocal Deamon) เว็บไซต์แรกสุดสร้างขึ้นที่เซิร์น นำขึ้นออนไลน์เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ให้คำอธิบายว่าเวิลด์ไวด์เว็บคืออะไร การที่จะเป็นเจ้าของเบราว์เซอร์ทำได้อย่างไรและจะติดตั้งเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังนับเป็นเว็บไดเร็กทอรีอันแรกของโลกด้วยเนื่องจากเบอร์เนิร์ส-ลีดูแลรายชื่อของเว็บไซต์อื่น ๆ ทั้งหมด นอกจากของตนเองด้วย ในปี พ.ศ. 2537 เบอร์เนิร์ส-ลีได้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทเวิลด์ไวด์เว็บ (W3C) ขึ้นที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที ประกอบด้วยบริษัทหลายบริษัทที่ยินยอมพร้อมใจมาร่วมสร้างมาตรฐานและข้อเสนอแนะสำหรับใช้เป็นหลักในการปรับปรุงคุณภาพของเว็บ ในเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2547 เบอร์เนิร์ส-ลียอมรับตำแหน่งประธานสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่คณะอีเล็กทรอนิกส์และวิยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเซาท์แธมตัน สหราชอาณาจักรเพื่อดำเนินโครงการใหม่ นั่นคือ “ซีแมนติกเว็บ” (Semantic Web) เบอร์เนิร์ส-ลีเปิดเผยให้ความคิดแก่ทุกคนและทุกองค์กรโดยไม่คิดมูลค่า เขาไม่เคยจดทะเบียนลิขสิทธิ์การค้นคิดของเขาเลย รวมทั้งไม่เรียกค่าตอบแทนหรือรางวัลอื่นใดจากใคร นอกจากเงินเดือนปกติ ดังนั้น กลุ่มบริษัทเวิลด์ไวด์เว็บจึงตัดสินใจไม่คิดมูลค่าใด ๆ จากการนำมาตรฐานของกลุ่มบริษัทไปใช้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกรายยอมรับมาตรฐานเดียวกันได้บนพื้นฐานทางเทคโนโลยี ไม่ใช่พื้นฐานค่าสิขสิทธิ์ถูกหรือแพง การได้รับการยอมรับ – มหาวิทยาลัยเซาท์แธมตันเป็นองค์กรแรกที่ยอมรับว่าเบอร์เนิร์ส-ลีเป็นคิดค้นและสร้างเวิลด์ไวด์เว็บ ด้วยการมอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้แก่เขาเมื่อ พ.ศ. 2539 และให้เบอร์เนิร์ส-ลีดำรงตำแหน่งประธานสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ในคณะอิเล็กทรอนิกส์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เบอร์เนิร์ส-ลีเป็นประธานผู้ก่อตั้ง 3Com ที่เอ็มไอทีและยังเป็นเมธีวิจัยอาวุโสที่นี่ด้วย เบอร์เนิร์ส-ลีเป็นสิกขบัณฑิตกิตติคุณ (Distinguished Fellow) ที่สมาคมคอมพิวเตอร์แห่งบริเทน สิกขบัณฑิตกิตติคุณของสถาบันวิศวกรไฟฟ้า และยังเป็นสมาชิกของบัณฑิตยสถานศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกันอีกด้วย – ในปี พ.ศ. 2540 เบอร์เนิร์ส-ลีได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจักรวรรดิบริทิช (OBE) พร้อมการได้รับเข้าเป็นราชบัณฑิตในราชบัณฑิตยสถานเมื่อ พ.ศ. 2544 ได้รับรางวัลญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2545 และในปีเดียวกันก็ได้รับรางวัลปรินซิเป เดอ แอสทูริอัส สาขางานวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศสเปน และได้การโหวตเป็นหนึ่งในชาวบริติชที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ 100 คน โดยบีบีซี – เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549 เบอร์เนิร์ส-ลีได้เป็นสิกขบัณฑิตเกียรติคุณในราชสมาคมศิลปะ – ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นอัศวินสูงสุดชั้น 2 จากสมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบท เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 – 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ – 27 มกราคม พ.ศ. 2548 ได้รับการยกย่องเป็นชาวบริทิชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี และนิตยสารไทม์ในวาระเดียวกันยกย่องเบอร์เนิร์ส-ลีเป็นบุคคล 1

Continue Reading →

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

Albert Einstein2

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) (14 มีนาคม พ.ศ. 2422 – 18 เมษายน พ.ศ. 2498) เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2428 ชาวเยอรมันเชื้อสายยิว (ตามลำดับ) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ใน พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก “การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี” หลังจากที่ไอน์สไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ในปี พ.ศ. 2458 เขาก็กลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยธรรมดานักสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ในปีต่อ ๆ มา ชื่อเสียงของเขาได้ขยายออกไปมากกว่านักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ ไอน์สไตน์ ได้กลายมาเป็นแบบอย่างของความฉลาดหรืออัจฉริยะ ความนิยมในตัวของเขาทำให้มีการใช้ชื่อไอน์สไตน์ในการโฆษณา หรือแม้แต่การจดทะเบียนชื่อ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ให้เป็นเครื่องหมายการค้า ตัวไอน์สไตน์เองมีความระลึกถึงผลกระทบทางสังคม ซึ่งมีผลมาจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ในฐานะที่เขาได้เป็นปูชนียบุคคลแห่งความบรรลุทางปัญญา เขายังคงถูกยกย่องให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์ที่สุดในยุคปัจจุบัน ทุกการสร้างสรรค์ของเขายังคงเป็นที่เคารพนับถือ ทั้งในความเชื่อในความสง่า ความงาม และความรู้แจ้งเห็นจริงในจักรวาล (คือแหล่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่) เป็นสูงสุด ความชาญฉลาดเชิงโครงสร้างของเขาแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบของจักรวาล ซึ่งงานเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านผลงานและหลักปรัชญาของเขา ในทุกวันนี้ ไอน์สไตน์ยังคงเป็นที่รู้จักดีในฐานะนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่สุด ทั้งในวงการวิทยาศาสตร์และนอกวงการ ผลงานของไอน์สไตน์ในสาขาฟิสิกส์มีมากมาย ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่ง – ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ซึ่งนำกลศาสตร์มาประยุกต์รวมกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า – ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นไปตามหลักแห่งความสมมูล – วางรากฐานของจักรวาลเชิงสัมพัทธ์ และค่าคงที่จักรวาล – ขยายแนวความคิดยุคหลังนิวตัน สามารถอธิบายจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของดาวพุธได้อย่างลึกซึ้ง – ทำนายการหักเหของแสงอันเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วงและเลนส์ความโน้มถ่วง – อธิบายการเกิดปรากฏการณ์ของแรงยกตัว – ริเริ่มทฤษฎีการแกว่งตัวอย่างกระจายซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่ของบราวน์ของโมเลกุล – ทฤษฎีโฟตอนกับความเกี่ยวพันระหว่างคลื่น-อนุภาค ซึ่งพัฒนาจากคุณสมบัติอุณหพลศาสตร์ของแสง – ทฤษฎีควอนตัมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอะตอมในของแข็ง – พลังงานที่จุดศูนย์ – อธิบายรูปแบบย่อยของสมการของชเรอดิงเงอร์ – EPR paradox – ริเริ่มโครงการทฤษฎีแรงเอกภาพ ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น ปี พ.ศ. 2542 นิตยสารไทมส์ ยกย่องให้เขาเป็น “บุรุษแห่งศตวรรษ” ผู้เขียนชีวประวัติของเขาเอ่ยถึงเขาว่า “สำหรับความหมายในทางวิทยาศาสตร์ และต่อมาเป็นความหมายต่อสาธารณะ ไอน์สไตน์ มีความหมายเดียวกันกับ อัจฉริยะ” ประวัติ วัยเด็กและในวิทยาลัย ไอน์สไตน์เกิดในเมืองอูล์ม ราชอาณาจักรเวือร์ทเทมแบร์ก สมัยจักรวรรดิเยอรมัน ห่างจากเมืองชตุทท์การ์ทไปทางตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งในปัจจุบันคือรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก ประเทศเยอรมนี บิดาของเขาชื่อว่า แฮร์มานน์ ไอน์สไตน์ เป็นพนักงานขายทั่วไปซึ่งกำลังทำการทดลองเกี่ยวกับเคมีไฟฟ้า มารดาชื่อว่า พอลลีน โดยมีคนรับใช้หนึ่งคนชื่อ คอช ทั้งคู่แต่งงานกันในโบสถ์ในสตุ๊ทการ์ท ( Stuttgart-Bad Cannstatt) ครอบครัวของเขาเป็นชาวยิว (แต่ไม่เคร่งครัดนัก) อัลเบิร์ตเข้าเรียนในโรงเรียนประถมคาธอลิก และเข้าเรียนไวโอลิน ตามความต้องการของแม่ของเขาที่ยืนยันให้เขาได้เรียน เมื่อเขาอายุได้ห้าขวบ พ่อของเขานำเข็มทิศพกพามาให้เล่น และทำให้ไอน์สไตน์รู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างในพื้นที่ที่ว่างเปล่า ซึ่งส่งแรงผลักเข็มทิศให้เปลี่ยนทิศไป เขาได้อธิบายในภายหลังว่าประสบการณ์เหล่านี้คือหนึ่งในส่วนที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขาในชีวิต แม้ว่าเขาชอบที่จะสร้างแบบจำลองและอุปกรณ์กลได้ในเวลาว่าง เขาถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุอาจเกิดจากการที่เขามีความพิการทางการอ่านหรือเขียน (dyslexia) ความเขินอายซึ่งพบได้ทั่วไป หรือการที่เขามีโครงสร้างสมองที่ไม่ปกติและหาได้ยากมาก (จากการชันสูตรสมองของเขาหลังจากที่ไอน์สไตน์เสียชีวิต) เขายกความดีความชอบในการพัฒนาทฤษฎีของเขาว่าเป็นผลมาจากความเชื่องช้าของเขาเอง โดยกล่าวว่าเขามีเวลาครุ่นคิดถึงอวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึงสามารถสามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้ โดยการที่เขาสามารถรับความรู้เชิงปัญญาได้มากกว่าและนานกว่าคนอื่น ๆ ไอน์สไตน์เริ่มเรียนคณิตศาสตร์เมื่อประมาณอายุ 12 ปี โดยที่ลุงของเขาทั้งสองคนเป็นผู้อุปถัมถ์ความสนใจเชิงปัญญาของเขาในช่วงย่างเข้าวัยรุ่นและวัยรุ่น โดยการแนะนำและให้ยืมหนังสือซึ่งเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ใน พ.ศ. 2437 เนื่องมาจากความล้มเหลวในธุรกิจเคมีไฟฟ้าของพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวไอน์สไตน์ย้ายจากเมืองมิวนิก ไปยังเมืองพาเวีย (ใกล้กับเมืองมิลาน) ประเทศอิตาลี ในปีเดียวกัน เขาได้เขียนผลงานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นหนึ่งขึ้นมา (คือ “การศึกษาสถานะของอีเธอร์ในสนามแม่เหล็ก”) โดยที่ไอน์สไตน์ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักในมิวนิกอยู่จนเรียนจบจากโรงเรียน โดยเรียนเสร็จไปแค่ภาคเรียนเดียวก่อนจะลาออกจากโรงเรียนมัธยมศึกษา กลางฤดูใบไม้ผลิ ในปี พ.ศ. 2438 แล้วจึงตามครอบครัวของเขาไปอาศัยอยู่ในเมืองพาเวีย เขาลาออกโดยไม่บอกพ่อแม่ของเขา และโดยไม่ผ่านการเรียนหนึ่งปีครึ่งรวมถึงการสอบไล่ ไอน์สไตน์เกลี้ยกล่อมโรงเรียนให้ปล่อยตัวเขาออกมา โดยกล่าวว่าจะไปศึกษาเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดตามคำเชิญจากเพื่อนผู้เป็นแพทย์ของเขาเอง โรงเรียนยินยอมให้เขาลาออก แต่นี่หมายถึงเขาจะไม่ได้รับใบรับรองการศึกษาชั้นเรียนมัธยม แม้ว่าเขาจะมีความสามารถชั้นเลิศในสาขาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่การที่เขาไร้ความรู้ใด ๆ ทางด้านศิลปศาสตร์ ทำให้เขาไม่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิสในเมืองซูริก (Eidgenössische Technische Hochschule หรือ ETH) ทำให้ครอบครัวเขาต้องส่งเขากลับไปเรียนมัธยมศึกษาให้จบที่อารอในสวิตเซอร์แลนด์ เขาสำเร็จการศึกษาและได้รับใบอนุปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2439 และสอบเข้า ETH ได้ในเดือนตุลาคม แล้วจึงย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองซูริก ในปีเดียวกัน เขากลับมาที่บ้านเกิดของเขาเพื่อเพิกถอนภาวะการเป็นพลเมืองของเขาในเวอร์เทมบูรก์ ทำให้เขากลายเป็นผู้ไร้สัญชาติ ใน พ.ศ. 2443 เขาได้รับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และได้รับสิทธิ์พลเมืองสวิสในปี พ.ศ. 2444 งานในสำนักงานสิทธิบัตร หลังจากจบการศึกษา ไอน์สไตน์ไม่สามารถหางานสอนหนังสือได้ หลังจากเพียรพยายามอยู่เกือบสองปี พ่อของอดีตเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็ช่วยให้เขาได้งานทำที่สำนักงานสิทธิบัตรในกรุงแบร์น ในตำแหน่งผู้ช่วยตรวจสอบเอกสาร หน้าที่ของเขาคือการตรวจประเมินใบสมัครของสิทธิบัตรในหมวดหมู่อุปกรณ์แม่เหล็กไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2446 ไอน์สไตน์ก็ได้บรรจุเข้าเป็นพนักงานประจำ หลังจากถูกมองข้ามมานานจนกระทั่งกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจักรกล ไอน์สไตน์กับเพื่อนหลายคนที่รู้จักกันในแบร์น ได้รวมกลุ่มกันเป็นชมรมเล็กๆ สำหรับคุยกันเรื่องวิทยาศาสตร์และปรัชญา ตั้งชื่อกลุ่มอย่างล้อเลียนว่า “The Olympia Academy” พวกเขาอ่านหนังสือร่วมกันเช่น งานของปวงกาเร แม็ค และฮูม ซึ่งส่งอิทธิพลต่อแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และปรัชญาของไอน์สไตน์มาก ตลอดช่วงเวลาเหล่านี้ ไอน์สไตน์แทบจะไม่ได้เข้าไปข้องเกี่ยวใดๆ กับชุมชนทางฟิสิกส์เลย งานที่สำนักงานสิทธิบัตรของเขาโดยมากจะเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการส่งสัญญาณไฟฟ้าและการซิงโครไนซ์ทางเวลาระหว่างระบบไฟฟ้ากับระบบทางกล ซึ่งเป็นสองปัญหาหลักทางเทคนิคอันเป็นจุดสนใจของการทดลองในความคิดยุคนั้น

Continue Reading →